หลวงปู่สด วัดปากน้ำ พระผู้ปราบมาร

หลวงปู่สด จันทสโร ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๒๗ ณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ในครอบครัวของพ่อค้าข้าว เมื่อเยาว์วัยเป็นผู้ฝักใฝ่และมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา

เมื่อท่านอายุได้ ๑๔ ปีโยมบิดาได้ถึงแก่กรรมลงท่านจึงรับภาระดูแลการค้าแทน ท่านฉลาดในการปกครอง ลูกเรือต่างก็รักนับถือท่านและเนื่องจากท่านเป็นคนขยันขันแข็งในการทำงาน อาชีพการค้าจึงเจริญขึ้นโดยลำดับ ในยุคนั้นถือเป็นผู้มีฐานะดีคนหนึ่ง วันหนึ่งเมื่อท่านนำเรือเปล่ากลับบ้านพร้อมเงินรายได้จากการขายข้าวผ่านลัดคลองเล็กซึ่งชาวบ้านเรียกว่า คลองบางอีแท่น มีโจรผู้ร้ายชุกชุมท่านนึกถึงความตายขึ้นมา และได้อธิษฐานจิตในขณะนั้นว่า

“ขอเราอย่าได้ตายเสียก่อนเลย ขอให้ได้บวชเสียก่อน เมื่อบวชแล้วจะไม่ลาสิกขา ขอบวชไปจนตลอดชีวิต”

เมื่ออายุได้ ๒๑ ปีได้บวชและตั้งใจศึกษาพระธรรมวินัย และพระบาลีจากพระไตรปิฎก อย่างจริงจัง ท่านเป็นผู้มีวิริยอุตสาหะในการศึกษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งภาคปริยัติและภาคปฏิบัติ การบรรลุธรรมกาย ในพรรษาที่ ๑๒ ของท่าน ประมาณปี พ.ศ.๒๔๖๐ เมื่อหลวงปู่ได้กำหนดใจที่จะปฏิบัติสมถวิปัสสนาอย่างเต็มที่แล้ว ท่านได้กราบลาเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เข้ม ธมฺมสโร) เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ ไปจำพรรษาที่ ๑๒ ณ วัดโบสถ์ (บน) บางคูเวียง ริมคลองบางกอกน้อย นนทบุรี อันเป็นสถานที่สงบวิเวก

ท่านตั้งใจเด็ดขาดแล้วก็เข้าสู่พระอุโบสถวัดโบสถ์ บางคูเวียง แต่เย็นวันพระ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ตั้งสัจจาธิษฐานมั่นคง มอบกายถวายชีวิตเพื่อพระรัตนตรัยอันประเสริฐสุดว่า เมื่อนั่งลงแล้ว หากมิได้บรรลุธรรม ดังที่พระพุทธองค์ทรงเห็นทรงตรัสรู้แล้ว ก็จะไม่ขอลุกขึ้นจากที่อีกจนตลอดชีวิต เมื่อใจท่านตั้งมั่นแล้ว ก็เริ่มปรารภนั่ง และกราบทูลอาราธนาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงโปรดประทานธรรมที่พระองค์ทรงเห็น ทรงตรัสรู้ แม้เพียงส่วนน้อยที่สุด ซึ่งแม้นหากการบรรลุธรรมนั้นแล้ว จะเป็นโทษแก่พระศาสนา ก็ขออย่าได้ทรงประทานเถิด ท่านจะรับเป็นทนายแก้ต่างพระศาสนาต่อไปจนตลอดชีวิต

เมื่อได้อธิษฐานในยอมสละชีวิตเป็นพุทธบูชาแล้ว ท่านก็ขัดสมาธิเข้าที่นั่งเจริญภาวนาพระกรรมฐาน ขณะนั้น ท่านได้มาถึงจุดแห่งการเริ่มค้นพบพระสัทธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และทางสายเอก สายเดียวสู่มรรคผลนิพพานแล้ว

ธรรมและของจริงขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งหลวงปู่ได้ค้นพบ ได้รู้ ได้เห็น และเป็นในคืนวันเพ็ญสำคัญนี้ ลึกซึ้งถึงปานนี้ เกินวิสัยของบุคคลจะคาดคิดคะเน แม้ใครยังตรึกนึกคิดอยู่ก็เข้าไม่ถึง หลวงปู่ได้สอนไว้ในภายหลังว่า “ที่จะเข้าถึงต้องทำให้รู้ตรึก รู้นึก รู้คิดนั้น หยุดเป็นจุดเดียวกัน แต่พอหยุดก็ดับ แต่พอดับแล้วก็เกิด ถ้าไม่ดับแล้วไม่เกิด ตรองดูเถิด ท่านทั้งหลาย นี้เป็นจริง หัวต่อมีเป็นอยู่อย่างนี้ ถ้าไม่ถูกส่วนดังนี้ก็ไม่มี ไม่เป็นเด็ดขาด”

การค้นพบได้รู้ได้เห็นได้เป็นพระสัทธรรมของท่านในคืนวันเพ็ญนั้น เป็นจุดเริ่มต้นที่ถูกต้องแท้จริง ให้หลวงพ่อปฏิบัติ แสวงหาที่สุดแห่งธรรม ท่านตรึกใจดิ่งลึกลงไปที่ศูนย์กลางกายธรรมที่สุดละเอียดอยู่ตลอดเวลา นับแต่นั้นเป็นต้นมา โดยมิได้มีการถอยกลับ และหยุดยั้งอีกเลย ท่านยิ่งปฏิบัติก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้นทุกที

หลังจากที่วัดปากน้ำภาษีเจริญว่างเว้นตำแหน่งเจ้าอาวาส สมเด็จพระวันรัต วัดพระเชตุพนฯ เจ้าคณะอ.ภาษีเจริญ ในยุคนั้นส่งท่านไปปกครองดูแลแทน

หลวงปู่สดเป็นคนพูดจริงทำจริง การปกครองวัดจะเข้มงวด แต่ด้วยความที่ชอบการศึกษา จึงส่งเสริมและสนับสนุนด้านการศึกษาอย่างสุดกำลังความสามารถ ควบคู่ไปกับการอบรมทางจิตใจ ไม่ยอมให้พระ-เณรอยู่เปล่า กิจวัตรที่ปฏิบัติเป็นอาจิณ คือ การคุมภิกษุ-สามเณรลงทำวัตรทุกเช้าและเย็น วันพระและวันอาทิตย์จะลงแสดงธรรมในโบสถ์เองเป็นนิจ ควบคุมพระให้ไปนั่งภาวนารวมอยู่กับท่านทั้งกลางวันและ กลางคืน ทุกวันพฤหัสบดี เวลาบ่ายสอง จะลงสอนการนั่งสมาธิแก่ภิกษุ-สามเณร อุบาสกอุบาสิกา

หลวงปู่สดมรณภาพอย่างสงบ เมื่อ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๒ ที่ตึกมงคลจันทสร วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ สิริรวมอายุ ๗๕ ปี พรรษา ๕๔

Facebook Comments
  •