“พ่อเที่ยง น่วมมานา”ฆราวาสขมังเวทย์ เก่งกาจทุกสรรพวิชา

สวัสดีครับวันนี้ เรื่องเล่าชาวสยาม ขอนำทุกท่านมาศึกษาเรื่องเล่าตำนานพ่อเที่ยง น่วมมานา ทั้งเหนียวและเมตตาฝีมือไม่เป็นรองใคร เรามาติดตามกันได้เลย

อาจารย์เที่ยง น่วมมานา วัดทอง (วัดสุวรรณาราม) เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ อาจารย์เที่ยงท่านนี้เป็นฆราวาสจอมขมังเวทย์ ที่เรียนวิชาต่างๆมามากมาย ท่านเป็นอาจารย์สัก ที่ขึ้นชื่อลือชาทางด้านคงกระพันชาตรี นับว่าเป็นสายเหนียว ทีมีคนรู้จักกันมาก โดยเฉพาะตัวท่านเอง นับว่าหนังเหนียวแบบสุดๆ ชาตรีไม่เป็นรองใคร

ท่านเป็นอาจารย์สักมาตั้งแต่ สมัยสงครามอินโดจีน แต่ท่านมามีชื่อเสียงมาก หลังปี 2500 เพราะรุ่นที่เป็นครูบาอาจารย์ ทะยอยล่วงลับไปแล้วทั้งสิ้น อ.เที่ยง เป็นอาจารย์ฆราวาส ร่วมสมัยกับ อ.ชุม ไชยคีรี อ.เจ๊ก สามแยกไฟฉาย อ.เฮง บ้านบาตร อ.รอด บางกะปิ ทุกสายที่เอ่ยนามมา ล้วนมีศิษย์อยู่ระดับหมื่นขึ้นทั้งนั้น

ขนาดตัวท่านเองเคยปีนขึ้นไปหยิบพระให้ลูกศิษย์ แล้วพลัดตกลงมา ถูกเข็มสักที่ตั้งอยู่ทิ่มเข้าไปที่ชายโครง ปรากฎว่าเข็มสักที่ทั้งแหลมทั้งคม หาระคายผิวหนังท่านไม่  หนังพ่อเที่ยงเพียงมีรอยเนื้อยู่ ๆไม่มีแม้รอยเลือดยางบอน แกยังไม่คุยโอ้อวดเพียงบอกว่าหนังคนแก่มันย่นเองเลยไม่เข้าวิชาสำคัญมียันต์บัวคู่ หมูทองแดง ตะกรุดมหารูดพิชัยสงคราม ยันต์ผ้าเช็ดหน้าอื่น ๆ

ครั้งหนึ่งมีลูกศิษย์มาคุยกับท่านที่สำนัก มีตอนนึงลูกศิษย์ได้พูดถึงพันเอกชม ได้แสดงดับพิษไฟ ล้วงน้ำมันเดือด ลูดโซ่เผาไฟ แล้วเอ่ยชมว่าเป็นเรื่องแปลกมากท่านจึงกล่าวว่า ไม่เห็นแปลก คนชนบทที่ทำได้มีเยอะแยะไป

หลังจากลูกศิษย์ได้ยิน ท่านพูดเช่นนั้น ก็ถามแล้วอาจารย์ทำได้ไหม ท่านก็ตอบว่าก็ทำได้อยู่ ลูกศิษย์ก็ขอให้ท่านแสดงให้ดู ท่านเลยให้ไปซื้อน้ำมันพืชกับไพรมาหัวหนึ่ง เมื่อได้ของมาแล้ว ก็เอากระทะทองเหลือง แบบที่เค้าทำขนมมาตั้งไฟ เอาน้ำมันเทลงไป เอาไพรที่หั่นไว้ห้าแว่น ลงอักขระเลขยันต์ใส่ลงไป พอเห็นน้ำมันร้อนได้ที่ ก็เอาใบพลูใส่เข้าไป

ปรากฎว่าใบพลูเหลืองกรอบแล้วไหม้ในที่สุด หลังจากนั้นนั่งบริกรรมพระคาถาโมคคัลลาดับพิษไฟ เป่าลงไป แล้วบอกลูกศิษย์ให้เอามือจุ่มน้ำมัน แต่ลูกศิษย์ไม่กล้า บอกอาจารย์แสดงให้ดูหน่อย ท่านจึงว่าถ้าผมจุ่มให้ดูแล้ว คุณต้องจุ่มนะ ว่าแล้วก็เอามือจุ่มลงไปน้ำมันให้ดู ลูกศิษย์ก็เลยจุ่มบ้าง พอเห็นไม่ร้อนจริง ก็เอามือจุ่มอีกหลายเที่ยว

อานุภาพผงวิเศษ
ท่านเองเป็นอาจารย์สักตั้งแต่หนุ่มๆแม้จะขึ้นชื่อนักเรื่องความเหนียว แต่วิชาเมตตามหาเสน่ห์ ท่านก็ไม่เป็นรองใคร ดังที่ท่านเคยเล่าให้หลวงพ่อสมศักดิ์ วัดบุญบางสิงห์ฟัง ท่านเล่าว่าตอนที่ท่านเป็นวัยรุ่น ท่านได้ไปบวชเณรกับพระอาจารย์ของท่าน ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสอยู่วัดแห่งหนึ่ง เมื่อบวชเณรแล้ว ท่านได้อยู่รับใช้ที่กุฎิเจ้าอาวาส มีอยู่บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่ท่านกำลังเรียนลบผงอยู่ มีญาติโยมกลุ่มหนึ่งมาหาเจ้าอาวาส ท่านจึงไปจัดหมากพลู น้ำร้อนน้ำชาไปต้อนรับแขก และบอกพวกโยมว่าเจ้าอาวาสไปธุระจะกลับก็ค่ำ

เมื่อพวกโยมกินหมากพลู น้ำร้อนน้ำชาแล้ว กลับชวนพ่อเที่ยงคุย แบบไม่ยอมเลิก แม้เย็นแล้วยังไม่ยอมกลับ พ่อเที่ยงตอนนี้รู้แล้วว่าพวกโยมโดนอานุภาพผงวิเศษที่ติดมือท่านเข้าไปแล้ว แต่ท่านยังไม่ได้เรียนวิธีถอน เลยต้องเลยตามเลย

เมื่อเจ้าอาวาสกลับมาตอนค่ำ เห็นญาติโยมยังนั่งรออยู่ ก็รู้สึกเอะใจ พ่อเที่ยงรีบเข้าไปกระซิบบอกอาจารย์ว่า พวกโยมโดนผงเข้าไปจึงไม่ยอมกลับ หลวงพ่อช่วยถอนทีเถิด หลวงพ่อท่านจึงนำน้ำมนต์มาพรมให้โยมเหล่านั้น โยมพวกนั้นมีอาการสะดุ้งเล็กน้อย แล้วก็มองดูเห็นว่าค่ำแล้ว จึงชวนกันกลับ

ท่านก็เป็นอีกหนึ่งตำนานอาจารย์สักยันต์ในเมืองไทยที่มีลูกศิษย์มากมาย ประสบการณ์สายเหนียวเลื่องลือ หากเอ่ยชื่อว่าบ้านมีดีแล้ว ในสายสักยันต์คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักบ้านหลังนี้ เป็นอีกหนึ่งตำนานที่ยังมีลมหายใจ ขอบพระคุณแรงครูอาจารย์ทุกท่านที่ได้สืบทอดสายวิชาให้คงอยู่สืบต่อไป.

Facebook Comments
  •