ญาณหยั่งรู้ หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว

สวัสดีครับวันนี้ เรื่องเล่าชาวสยาม ขอนำทุกท่านมาศึกษาเรื่องเล่าตำนานหลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว  เรามาติดตามกันได้เลย

หลวงปู่เพิ่ม นับว่าท่านเป็นพระบริสุทธิ์ศีล ที่หายากยิ่ง ในตลอดชีวิตไม่เคยเกี่ยวข้องกับมาตุคาม มีจิตเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ตั้งแต่ยังเยาว์ บรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่อายุ ๘ ขวบ และไม่เคยสึกหาลาเพศเลย อุปสมบทต่อเป็นพระภิกษุสงฆ์

ตลอดชีวิตของท่าน ตั้งแต่เป็นสามเณร จนบวชเป็นพระไม่เคยดูมหรสพทุกชนิด ไม่รู้ว่าลิเกเขาเล่นกันอย่างไร ไม่เคยใช้เงินทอง จนอายุเก้าสิบกว่า ไม่รู้จักค่าของเงิน เมื่อท่านมรณภาพ อัฐิกลายเป็นแก้วใส ปัจจุบันทางวัดได้เก็บที่พิพิธภัณฑ์วัดกลางบางแก้ว

เมื่อปีพ.ศ.๒๕๑๗ ทางกรรมการมูลนิธิเพิ่มวิทยา ได้จัดพิธีพุทธาภิเศก มีเกจิมากมายมาร่วมปลุกเสก นับว่าเป็นพิธีที่ใหญ่มาก นิมนต์พระมาปลุกเสกถึง ๑๐๘ องค์ จัดพิธีปลุกเสกสามวันสามคืน พระที่อยู่ใกลจึงต้องมาค้างที่วัด คุณสุธน ศรีหิรัญ นักเขียนชื่อดัง เป็นศิษย์หลวงปู่เพิ่ม จึงไปอยู่ในพิธีตลอด เมื่อเสร็จพิธีปลุกเสกคืนแรก คุณสุธนจึงตระเวนไกราบเกจิต่างๆ เพื่อขอของดี ตอนดึกคืนนั้นจึงเดินขึ้นไปกราบหลวงปู่เพิ่ม เพราะหลวงปู่เพิ่มท่านไม่ได้ลงไปปลุกเสกกับพระองค์อื่น ท่านว่า ให้คนอื่นเขาเสกก่อน เราอยู่ที่วัดค่อยเสกทีหลังก็ได้

พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง

เมื่อคุณสุธนกราบท่านเสร็จ ก็คุยกันเรื่องพิธีพุทธาภิเษก เรื่องภายในพระอุโบสถ เพราะหลวงปู่เพิ่ม ไม่ได้เดินลงไปดู แล้วท่านก็ถามคุณสุธน ว่าพระที่มาปลุกเสกพักที่ไหนบ้าง คุณสุธนจึงรายงานว่า พักที่ตามกุฏิต่างๆ และโรงเรียนปริยัติธรรม ซึ่งกรรมการจัดสถานที่ไว้อย่างเพียงพอ คุณสุธนจึงบอกว่า แล้วหลวงปู่ไม่ลงไปร่วมปลุกเสกกับเขาเหรอ หลวงปู่เพิ่มจึงบอกของเราเองทีหลังค่อยไปเสก จากนั้นท่านก็พูดว่า”สุธน มีพระเก่งอยู่สามรูป เธอไปหาท่านดูซิ รูปหนึ่งอยู่กุฏิท่านใบ รูปร่างผอมๆดำๆ อีกรูปหนึ่งอยู่หอปริยัติธรรม รูปร่างเล็กๆขาวๆท่านอยู่ห้องด้านใต้ ส่วนอีกท่านอยู่ด้านริมแม่น้ำ มีไฝที่หน้าผาก เธอไปหาท่านเถอะ”

พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา

คุณสุธนพอท่านฟังท่านบอก ก็อดประหลาดใจไม่ได้ อดสงสัยไม่ได้ว่าท่านรู้ได้อย่างไร เพราะธรรมดาท่านจะอยู่แต่กุฏิ ไม่เคยเห็นท่านลงไปเดิน เวลามีงานเท่านั้น ที่ท่านจะเดินไปพระอุโบสถแล้วกลับกุฏิ ท่านไม่เคยไปดูตามกุฏิ แล้วท่านรู้ได้อย่างไร ว่ามีพระเก่งอยู่สามรูป นอกจากญาณหยั่งรู้อันแจ่มใสของท่าน

คุณสุธนจึงไปกุฏิพระอาจารย์ใบ ก็พบพระรูปร่างผอมๆดำๆ พระองค์นั้นคือ พ่อท่านเขียว วัดหรงบน นครศรีธรรมราช หลังจากกราบพ่อท่านเขียว คุณสุธนจึงไปที่โรงเรียนปริยัติธรรมด้านใต้ ก็พบพระรูปร่างเล็กๆขาวๆ พระองค์นั้นคือ พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง เมื่อกราบพ่อท่านคลิ้งเสร็จ ก็ไปกุฏิริมน้ำ พบพระที่มีไฝที่หน้าผาก พระองค์นั้น คือ พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา

หลวงปู่เขียว อินทมุนี

ช่วงเวลานั้น หลวงพ่อทั้งสามองค์ จะดังเฉพาะท้องถิ่น ส่วนกลางยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก ตอนหลังคุณสุธน จึงลงไปใต้ นำประวัติทั้งสามองค์ มาลงหนังสือ คนจึงเริ่มรู้จักกันมากขึ้น แต่ปัจจุบันทั้งสามองค์เป็นที่รู้จักกันทั้งประเทศ

ขอบคุณข้อมูล ศิษย์สายวัดสะพานสูง

Facebook Comments
  •