คู่มือเลี้ยงนกหงส์หยก

สวัสดีครับวันนี้ขอนำเสนอความรู้การเลี้ยงนกหงส์หยกสำหรับมือใหม่ ที่จริงแล้วเลี้ยงไม่ได้ยากเลย หากเราได้ศึกษาข้อมูลก่อนการเลี้ยง นกชนิดนี้เลี้ยงง่าย ให้ผลผลิตดี ราคาไม่สูง แบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์  คือ

1.สายพันธุ์ฮอลแลนด์ เลี้ยงง่ายจ่ายลูกดี ราคาไม่แพง การดูแลไม่ยุ่งยาก ลักษณะตัวนกค่อนข้างตัวเล็ก

2.สายพันธุ์อังกฤษ เป็นนกที่มีขนาดใหญ่กว่าสายพันธุ์ฮอลแลนด์ สำหรับมือใหม่ที่จะเริ่มต้นเลี้ยงควรศึกษาให้ดี เพราะมีทั้งลูกผสม และสายพันธ์ุแท้ กะลักษณะด้านโครงสร้างค่อนข้างยาก ราคาอาจสูง เนื่องจากหลาายๆฟาร์มมีการนำนกเข้าฟาร์มในราคาที่แตกต่างกันออกไป และไม่มีราคากลาง สายพันธุ์ปัจจุบันที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ มีทั้ง สวิสเซอร์แลนด์ เบลเยี่ยม อังกฤษ เยอรมัน

ในขั้นตอนการเพาะพันธุ์มีสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างในการเลี้ยงนกหงส์หยก นั่นคือการผสมพันธุ์ ก่อนที่ท่านจะผสมพันธุ์นกของท่านนั้น ต้องตรวจดูสภาพรังหรือกรงที่เก็บนก ความสะอาด และอาหารที่ใช้เลี้ยงเตรียมให้พร้อมก่อนที่ท่านจะนำนกผสมพันธุ์ มีขั้นตอนง่ายๆดังนี้

จัดเตรียมกรงผสมพันธุ์

หาพื้นที่ ที่มีอากาศถายเทได้สะดวก ลูกมะพร้าวแห้ง (ไม่แนะนำ ข้อเสียคือพื้นที่มีจำกัด แม่นกอาจทับลูกตายหรือพิการได้) กล่องรังนก (แนะนำ มีพื้นที่กว้าง ลดการสูญเสียหรือพิการจากแม่นกที่กกลูก ข้อเสียคือทำความสะอาดยาก) จัดอาหารให้โดยเฉพาะอาหารจำพวกแคลเซียมขาดไม่ได้เพราะนกจะนำแคลเซียมไปใช้ใน การสร้างไข่และช่วยให้พ่อแม่พันธุ์และลูกนกมีกระดูกที่แข็งแรง และจับพ่อแม่พันธุ์นกเข้ากรงผสมพันธุ์

วิธีสังเกตุว่านกเข้าคู่พร้อมผสมพันธุ์

การดูพฤติกรรมในนกตัวผู้จะมีท่าทีลำพอง ชอบเอาปากถูคอนตอนที่เห็นตัวเมีย และจะบินมาป้อนอาหารตัวเมียถ้าตัวเมียยอมกินอาหารที่ตัวผู้นำมาป้อนและชอบ ไซร้ขนให้กันก็ถือว่าเข้าคู่สำเร็จ แต่ถ้าเข้าคู่แล้วทั้งคู่ไม่ปฏิกิริยาต่อกันก็ควรจะเปลี่ยนตัวเมีย หรือตัวผู้ใหม่แล้วรอดูพฤติกรรมต่อไป ในการเข้าคู่นั้นบ้างครั้งเมื่อจับคู่แล้วมันอาจจะชอบกันเลยก็ได้ แต่บางคู่ต้องใช้เวลา 4-5 วันถึงจะเข้าคู่ หรือบางทีเป็นเดือนๆ แต่บางคู่ก็ไม่ชอบกันเลยก็มี หรือแล้วแต่ความใจร้อนในการเข้าคู่นกของผู้เพาะเลี้ยงด้วยส่วนหนึ่ง หากเป็นฟาร์มในการเลี้ยงแบบเข้าคู่ที่ได้ผลคือแยก 1 คู่ ต่อ 1 กรง เราจะสามารถคัดแยกนกได้ง่ายกว่าการปล่อยกรงรวม เพื่อป้องกันการมีเลือดชิด

ภาพ สุกัญญา เนียมสอน

เมื่อนกเข้าคู่แล้วนกตัวเมียจะเข้าไปสำรวจในกล่องเพาะพันธุ์อยู่ตลอด เมื่อเห็นพฤติกรรมเช่นนี้แสดงว่าอีกไม่นานนกจะผสมพันธุ์แน่นอน หลังจากที่นกผสมพันธุ์แล้วประมาณ 7 วัน นกจะวางไข่ ไข่ที่เพิ่งวางจะมีสีขาวสะอาดและจะวางไข่ใบต่อไปแบบวันเว้นวันจนครบ โดยเฉลี่ยแต่ละคอกจำนวนไข่ที่วางจะมีประมาณ 4-7 ฟองบางตัวอาจมากกว่านี้ก็ได้

หลังจากวางไข่จนครบแล้ว ไข่ที่มีเชื้อและสมบูรณ์จะเป็นตัวภายใน 16-22 วัน ( ไข่ที่มีเชื้อจะมีลักษณะคล้ายเส้นเลือดเวลาเอาไฟฉายส่อง ตั้งแต่ 4 วันขึ้นไป ) ในระยะนี้ลูกนกจะไม่มีขนขึ้น การสวมแหวนบอกอายุวัน เดือน ปี (ห่วงขานก) เกิดควรใส่เมื่อนกอายุได้ 7-8 วัน การสวมต้องสวมเข้าที่นิ้วที่ยาวที่สุด 3 นิ้วแล้วเลื่อนแหวนเข้าไปจนถึงขานกแล้วจึงดึงนิ้วที่อยู่ด้านหลังผ่านออกมา การสวมแหวนบอกอายุสามารถทำให้เรารู้ว่านกตัวนั้นๆเกิดจากพ่อแม่ตัวไหน รู้อายุของนก และไม่ทำให้เรานำนกที่เกิดจากพ่อแม่ตัวเดียวกันมาผสมกันเอง เรียกว่าผสมเลือดชิด เพราะจะทำให้ได้ลูกนกที่ไม่แข็งแรง

ในช่วงที่พ่อแม่นกเลี้ยงลูกนี้ต้องให้อาหารสำคัญคือ ขนมปังใส่วิตามินผสมน้ำ หรือ soft food (แครอทปั่น,เกล็ดขนมปัง,อาหารใข่,ข้าวโอ้ต,วิตามินต่างๆ) หรือตามสูตรแบบฉบับของแต่ล่ะฟาร์ม พ่อแม่นกจะนำไปจัดการป้อนลูกของมันเอง

ในระยะลูกนกประมาณเกือบ 3 สัปดาห์ สามารถโยน มิลเล็ตสเปร์เสริมเข้าไปในรังเพาะเพื่อให้ลูกนกกินเองได้ ลูกนกจะโผล่ออกจากรังประมาณ 4 – 5 สัปดาห์ ระยะนี้ลูกนกจะมีขนดกพร้อมที่จะบินได้ แต่อย่าใจร้อนนำลูกนกแยกออกมาเพราะแม้ว่าลูกนกบางตัวสามารถเทาะเปลือกเมล็ด พืชกินเองได้แต่มันก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ดังนั้นควรทิ้งให้พ่อแม่นกเลี้ยงต่อไปอีกประาณ 10 วันจึงแยกลูกนกออกมาได้ แต่ก็มีนกบางคู่เมื่อลูกนกลงรังแล้วพ่อแม่นกจะทำร้ายลูกตัวเอง หรือไม่ป้อนอาหารแล้วเราควรจะจับแยกทันที ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เลี้ยงควรจะสังเกตุให้ดี

หลังจากที่ลูกนกชุดแรกพ้นรังไปแม่นกจะวางไข่ชุดต่อไปทันทีตราบใดที่รัง เพาะยังอยู่ในสภาพที่เรียบร้อยและแม่นกสุขภาพสมบูรณ์นกจะผสมพันธุ์ต่อไป เรื่อยๆ

สถานที่เลี้ยง

สำหรับสถานที่เลี้ยงนั้น ควรที่จะเป็นที่โล่งอากาศถ่ายเทได้สะดวก สามารถที่จะรับแดดได้บางช่วง หรือว่ากลางแจ้งที่ไม่ร้อนมากนัก ไม่ควรมีมลพิษจากควันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ ควันไฟต่างๆ สิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นอากาศหรือว่าแสงแดดมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของนกหงส์หยก การที่เขานอนนั้นจะใช้เวลาอย่างต่ำ 4 ชั่วโมง ในการที่จะให้สัมผัสกับแสงแดด เพื่อได้รับวิตามิน D เขาจะต้องได้รับแสงแดดอย่างเต็ม โดยเขาจะบินไปบริเวณนั้นเองเพื่อตากแดด ซึ่งวิตามิน D นั้นมีความสำคัญต่อระบบทางเดินหายใจของนกหงส์หยกมาก

กรณีไม่มีเป็นพื้นที่โล่ง ควรหาตาข่าย หรือสังกะสีเพื่อป้องกันสัตว์ภายนอกมารบกวนเช่น หนู งู แมว หมา สัตว์ที่มักมารบกวนบ่อยของคนเลี้ยงนกคืองู วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือการไม่มีช่องให้งูเลื้อยเข้ามาได้ ไม่มีต้นไม้ หรือสารเคมีชนิดใดสามารถป้องกันงูได้

อาหารหลักสำหรับนกหงส์หยก มีข้าวไรท์ ข้าวโอ๊ต มิลเล็ต

อาหารเสริม เมล็ดทานตะวัน ใบกระเพา ตะไคร้ ข้าวโพด ขนมปัง กระดองปลากหมึกหรือก้อนแคลเซียม วิตามินน้ำต่างๆ

 

 

Facebook Comments
  •