ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงตรัสขอสิ่งสำคัญก่อนหลวงปู่แหวนมรณภาพ

หลวงปู่แหวน สุจิณโณ ท่านเป็นพระสายวิปัสนากรรมฐานชื่อดังแห่งจังหวัดเชียงใหม่

เมื่อครั้งบวชเป็นสามเณร ได้อยู่ศึกษาเล่าเรียนหลายปี จนอายุครบบวชพระจึงได้อุปสมบท เป็นพระภิกษุฝ่ายมหานิกายที่วัดสร้างก่อนอก อําเภอหัวตะพาน จังหวัดอุบลราชธานี และได้ศึกษาเล่าเรียน กับครูอาจารย์หลายท่าน จนได้ออกธุดงค์มุ่งสู่สํานักของหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต

โดยผ่านม่วงสามสิบ คําเขื่อนแก้ว ยโสธร เลิงนกทา มุกดาหาร คําชะอี นาแก สกลนคร พรรณานิคม สว่างแดนดิน หนองหาน อุดรธานี บ้านผือ นับเป็นการเดินทางไกลและยาวนานเป็นครั้งแรก ได้เข้าพบหลวงปู่มั่น ที่ดงมะไฟบ้านค้อ ถามไถ่พอรู้ว่ามาจากอุบลราชธานี คําแรกที่หลวงปู่มั่นสั่งสอนก็คือ

“ต่อไปนี้ภาวนา ความรู้ที่เรียนมาให้เอาใส่ตู้ไว้ก่อน”

มีอยู่ครั้งหนึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสกับหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ว่า
“อยากให้ลง ‘นะ’ ให้โยมด้วย”
หลวงปู่แหวนตอบในหลวงว่า…
“อาตมาไม่มี ‘นะ’ อะไรที่จะลงให้มหาบพิตรหรอก มีแต่ ‘นะโมตัสสะ’ ให้มหาบพิตรเอาไปหมั่นท่องเอง”

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระสรวลด้วยความพอพระราชหฤทัย

เป็น 1 ในเรื่องราวความผูกพันระหว่างในหลวงรัชกาลที่ 9 กับหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ

2 กรกฎาคม พ.ศ.2528 วันละสังขาร หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ แม้ก่อนวันมรณภาพ 1 วัน ในหลวงก็ยังเสด็จไปเยี่ยมหลวงปู่แหวนด้วยความห่วงใย อีกทั้งในหลวงท่านทรงเคยขออายุหลวงปู่แหวนให้ได้ 120 ปี แต่…หลวงปู่แหวนพูดกับในหลวงเอาไว้ว่า…

“เอาเพียง 99 ปีก็พอเถอะ!!! มหาบพิตรมันลำบากผู้อยู่”

และแล้วก็ได้ 99 ปี ตามที่หลวงปู่แหวนว่าเอาไว้จริงๆ…

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมากราบสรีระสังขารหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ พระอริยสงฆ์ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงผูกพันเป็นอย่างยิ่ง นับเป็นอีกครั้งในหน้าประวัติศาสตร์ของพระเกจิชื่อดังกับพระราชาผู้ทรงทศพิธราชธรรมแห่งแผ่นดินประเทศไทยสยามแห่งเมืองยิ้มจริงๆ

คำสอน : หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่

คนเราหลงกันอยู่ที่ หนัง หนังเป็นเครื่องปกปิดสิ่งที่ไม่น่าดูเอาไว้ ถ้าถลกหนังออก อวัยวะทุกส่วนก็หาส่วนที่น่าดูไม่ได้เลย
เน่าเปื่อย ผุพัง สลายไป ไม่มีส่วนไหนที่จะถือได้ว่าเป็นของมั่นคง

ไม่มีสติ ไม่มีปัญญา ไม่มีความเพียร ไม่มีวันสำเร็จ

จิต ของเรา ถ้ามันเกียจคร้านขึ้นมา มันจะให้เรานอนท่าเดียว ถ้ามันเกิดอย่างนี้ขึ้นมา เราต้องหาอุบายมาข่มขู่ตักเตือน อุบายใดที่ยกขึ้นมาชี้แจงแล้วจิตยอมเชื่อฟังนั่นแหละคืออุบายที่ควรแก่จิตใน ลักษณะนั้น และในขณะนั้นๆ ถ้าเราไม่ข่มขู่ชี้โทษโดยอุบายที่ชอบ ใครเขาจะมาตักเตือนเรา บางครั้งจิตถ้ามันเกียจคร้านขึ้นมา มันจะวางเฉยในอารมณ์ทั้งหมด ในลักษณะเช่นนี้แหละ เราต้องหาอุบายมาทำให้จิตตื่นให้ได้ เช่นไหว้พระสวดมนต์ หรือยกธรรมบทใดบทหนึ่งขึ้นมาพิจารณา

” ตา หู จมูก เป็นเหตุ ”

เงินทอง ส่งถึงโรงพยาบาล
ลูกหลาน ส่งถึงหลุมศพ
บุญกุศล ส่งถึงภพหน้า
ภาวนา ส่งถึงนิพพาน

อ่านต่อ