ลอยกระทงเป็นประเพณีสำคัญของไทย เทศกาลลอยกระทงตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ในช่วงฤดูน้ำหลาก เดิมเชื่อกันว่าเริ่มมีมาแต่สมัยสุโขทัย ในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง โดยมีนางนพมาศ เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงขึ้นครั้งแรก แต่เดิมเรียกว่า พิธีจองเปรียง ที่ลอยเทียนประทีป และนางนพมาศได้นำดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสองมาใช้ใส่เทียนประทีป
เหตุผลในการลอยกระทง
1. เพื่อขอขมาพระแม่คงคา
2. เพื่อบูชารอยพระพุทธบาทและบูชาเทพเจ้าตามคติความเชื่อ
2. เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมของไทยไว้ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา
3. เพื่อให้ระลึกรู้ถึงคุณค่าของแม่น้ำในการดำรงชีวิต
4. เพื่อบูชาท้าวพกาพรหม บนสวรรค์ชั้นพรหมโลก
5. เพื่อบูชาพระอุปคุตตะเถระ ซึ่งบำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเล
กล่าวถึงครูเอื้อผู้เป็นอัจฉริยะด้านดนตรีด้วยพรสวรรค์และฝีมือ ครูเอื้อจึงได้ก่อตั้งวงดนตรีส่วนตัวเพื่อบรรเลงเพลงไทยสากลตามแบบที่ถนัด ในสถานที่ต่างๆ นอกเวลาราชการ ตั้งชื่อว่า “สุนทราภรณ์” โดยนำนามสกุล “สุนทรสนาน” มารวมกับชื่อ “อาภรณ์” ซึ่งเป็นชื่อของธิดาพระยาสุนทรบุรี และคุณหญิงสอิ้ง คือคุณอาภรณ์ กรรณสูต สุภาพสตรีผู้ซึ่งต่อมาได้สมรสกับครูเอื้อ
กำเนิดเพลงโดยผู้แต่งเพลง”รำวงวันลอยกระทง” หรืออีกชื่อที่ทุกคนเคยได้ยินติดหูกันมาตลอดว่าเพลง”ลอยกระทง” คือ คุณครูเอื้อ สุนทรสนาน แต่งเพลงรำวงลอยกระทง ร่วมกับครูแก้ว (แก้ว อัจฉริยะกุล)เจ้าของละครวิทยุคณะแก้วฟ้า ผู้ประพันธ์บทเพลง และนักเขียนนวนิยายชื่อดัง
ได้แต่งที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้คณะพาณิชยศาตร์ และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บรรเลงในงานวันลอยกระทงของคณะ ท่านใช้เวลาแต่งเพลงนี้ประมาณ 30 นาที แล้วบรรเลงในงานวันนี้เลยคือในปี พ.ศ. 2498
มาถึงณ ปัจจุบันเราได้ยินติดหูกับดนตรีและทำนองเพลงลอยกระทงมานาน เชื่อได้ว่าเป็นเพลงที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ของประเพณีไทยเลยก็ว่าได้ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมให้ดำรงสืบต่อไปไม่ให้หายไปตามกาลเวลา ยังไงก็ช่วยกันรักษาผืนแม่น้ำโดยการลอยในสถานที่ปิดเพื่อให้สามารถเก็บกระทงที่ลอยได้อย่างครบถ้วน ไม่ให้เป็นขยะที่ลอยออกไปในแม่น้ำจนทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา