พระผู้ทรงอภิญญายุค’ส ง ค ร า มอินโดจีน’ หลวงพ่อแช่มวัดตาก้อง

หลวงพ่อแช่ม อินทโชโต พระเกจิอาจารย์แห่งลุ่มน้ำนครชัยศรี จ.นครปฐม อีกรูปหนึ่งของจังหวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่เคารพนับถือของมหาชนมาตั้งแต่ครั้ง ส ง ค ร า ม อินโดจีน เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งใกล้-ไกล

หลวงพ่อแช่ม เป็นพระผู้ทรงอภิญญา มีญาณทัศนะหยั่งรู้วาระจิต ท่านเป็นผู้ทรงวิทยาคมและพุทธาคมเป็นเลิศ เจ้าของฉายาว่า “เหรียญปืนไขว้”
ในหนังสือ “ประวัติหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง” ของ เทพ สุนทรศารทูล กล่าวไว้ว่า เมื่อท่านจำพรรษาอยู่ ณ กุฏิแห่งนี้

ชาวบ้านพากันมากราบท่านทุกวี่วัน ซึ่งคงขัดนัยน์ตาสมภารกร่ายยิ่งนัก ที่หลวงพ่อแช่มมีญาติโยมมาเยี่ยมกราบมิได้ขาด ความไม่ชอบใจหลวงพ่อแช่มของสมภารกร่ายได้นําไปสู่การร้อ ง เ รี ย นต่อเจ้าคณะอําเภอและเจ้าคณะจังหวัด โดยสมภารกร่ายเป็นผู้ร้องเรียนด้วยตัวท่านเอง ที่สุดนำไปสู่การสอบสวนด้วยข้อกล่าวหาที่ฉกรรจ์ถึง ๙ ข้อด้วยกัน

และข้อหนึ่งที่น่าสนใจ คือ
“รดน้ำมนต์ ให้หวย ทำเสน่ห์ เป็นหมอรักษาไข้ให้ชาวบ้าน ผิดกิจของสงฆ์ อ ว ด อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ต่างๆ ผิ ด ศี ล ของพระภิกษุ”
การสอบสวนหลวงพ่อแช่มนั้น มีเจ้าคณะจังหวัดพร้อมด้วยเจ้าคณะตําบลและคณะผู้ติดตาม เดินทางมาสอบสวนถึงวัดตาก้อง

เมื่อมาถึงกุฏิที่หลวงพ่อแช่มปลูกเป็นศาลา พบหลวงพ่อแช่มนุ่งสบงผืนเดียวนั่งขัดสมาธิคอยอยู่บนพื้นกระดานแผ่นใหญ่ที่ปูอยู่กับพื้นดิน มีไม้ขอนวางรอง ไร้เฟอร์นิเจอร์ใดๆ ทั้งสิ้น กระทั่งเสื่อปูรองก็ไม่มี
ต่อข้อกล่าวหาว่า “รดน้ำมนต์ ให้หวย ทำเสน่ห์ เป็นหมอรักษาไข้ให้ชาวบ้าน ผิดกิจของสงฆ์”เจ้าคณะจังหวัดได้ถามต่อว่า “เป็นหมอรักษาไข้จริงหรือเปล่า”

หลวงพ่อแช่มตอบว่า “ผมไม่เคยเป็นหมอรักษาไข้ใคร นอกจากมีคน ป่ ว ย ญาติเขามาหาถามอาการดู เห็นว่าพอรักษาได้ก็ให้คนไปซื้อยามา ผมก็เอาลงหม้อ เสกให้เอาไปต้มกินเท่านั้น”
เจ้าคณะจังหวัดถามต่อว่า “แล้วหายไหมเล่า”
หลวงพ่อแช่มตอบว่า “ก็เห็นบอกว่าหายดี”
“เป็นหน้าที่ของสงฆ์หรือเปล่า พระพุทธเจ้าเคยเป็นหมอรักษาใครบ้างหรือเปล่า”

เจ้าคณะจังหวัดได้ถามหลวงพ่อแช่มต่อ
คำตอบจากหลวงพ่อแช่ม คือ “การเป็นหมอรักษาไข้ ไม่ใช่หน้าที่ของพระภิกษุสงฆ์ เป็นหน้าที่ของหมอ แต่ถ้าเขาหมดทางรักษา เรามียาอยู่ ควรจะสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์ให้เขาพ้นทุกข์ ผมก็ต้องสงเคราะห์ไปจะผิดจะถูกอย่างไรผมก็ยอม ผมไม่ใช่สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ผมจะเป็นได้ก็พระโพธิสัตว์บําเพ็ญบารมีช่วยเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก

ถ้าผมเห็นว่าควรจะสละศีลเพื่อช่วยชีวิตเขา ผมก็จะสละ ถ้าผมคิดว่าจะสละวินัยเพื่อช่วยคนให้พ้นทุกข์ ผมก็จะสละ ถ้าผมพบผู้หญิงกำลังจะจมน้ำ ต า ย ผมก็จะกระโดดน้ำลงช่วยอุ้มเขาขึ้นมาให้รอด ต า ย ถึงผมจะถูกปรับอาบัติว่าสังฆาทิเสส ผมก็จะยอม ผมจะไม่รักษาศีลบริสุทธิ์ยอมให้คนจมนํ้า ต า ย ไปต่อหน้า

ถ้าผมทำเช่นนั้นผมก็ไม่รู้ว่าผมบวชเพื่ออะไร”
ครั้นแล้วการสอบสวนก็เป็นอันเสร็จสิ้น เจ้าคณะจังหวัดได้บอกว่า “คุณไม่มีความผิดอะไร” จากนั้นก็ได้สนทนากับหลวงพ่อแช่มถึงการเดินธุดงค์และคาถาอาคมต่างๆ
นอกจากนี้แล้ว เทพ สุนทรศารทูล ได้กล่าวถึงตอนท้ายของการสอบสวนหลวงพ่อแช่ม โดยเจ้าคณะจังหวัดในหนังสือ “ประวัติหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง” ว่าในที่สุดเจ้าคณะจังหวัดก็ถามว่า “ไหนคุณว่าคุณมีดีกว่าพระภิกษุอื่น คุณมีดีกว่าอย่างไร”

หลวงพ่อแช่ม ก็ว่าอิติปิโสแปดบทให้ฟัง แล้วก็ว่าอิติปิโสถอยหลังให้ฟัง จบแล้วก็บอกว่าพระองค์อื่นก็ว่าอิติปิโสเดินหน้าได้อย่างเดียว แต่ผมนั้นเชี่ยวชาญขนาดว่าทะแยงก็ได้ ว่าถอยหลังก็ได้ จะไม่ดีกว่าพระอื่นได้อย่างไร
หลวงพ่อแช่ม เป็นชาวนครปฐมโดยกำเนิด

เกิดเมื่อ พ.ศ.๒๔๐๕ ตั้งแต่เยาว์วัยได้ศึกษารํ่าเรียนอักขระทั้งภาษาไทยและภาษาขอมกับพระอาจารย์จ้อย วัดดอนเจดีย์ ผู้เรืองวิทยาคม พระอาจารย์เห็นถึงคุณวิเศษและความใฝ่ใจของหลวงพ่อแช่ม จึงประสิทธิ์ประสาทวิทยาการด้านพุทธเวทพร้อมเคล็ดลับต่างๆ ให้โดยไม่ปิดบัง ซึ่งท่านก็สามารถเรียนรู้ได้อย่างแตกฉาน ต่อมาเมื่ออายุครบบวช ท่านจึงเดินทางกลับมาอุปสมบท ณ บ้านเกิด ที่วัดตาก้อง ได้รับฉายา “อินทโชโต” ม ร ณ ภ า พ เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๐ สิริอายุ ๘๖ ปี พรรษาที่ ๗๖

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น คลิกอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า